Daily




ช่วงนี้เหนื่อยมากกกกกกกกกก
เรื่องเยอะสุด ๆ ดีมั่ง ไม่ดีมั่ง เอาเหอะ ก็ชีวิตล่ะวะ ชักจะชินแล้ว เดี๋ยว ๆ ดี เดี๋ยว ๆ ลงเหว หลัง ๆ มานี้ทำให้รู้ว่าอย่าไปเอาอะไรกับมันมาก

สัมมนาดูเหมือนจะเข้มข้นแต่ก็ซอฟท์ลงไปเยอะ ไม่ใช่เพราะเราขยัน แต่ความขี้เกียจทำให้งานดูเบาไปเอง (ฮา..) จริง ๆ คือหลอกตัวเองอยู่ ไอ้เมมันจะเอาสคริปต์สัมมนาคืนนี้ แล้วกูทำอะไร.... อัพบล็อค (โดนถีบ)

วันก่อนไปทำงานที่พาราก้อนมา งานโฮเทลห่าเหวไรไม่รู้ ช่างแม่ง ไม่อยากจำ ใช้งานกูเยี่ยงทาส อันนี้ไม่ว่า (หนักกว่านี้ก็ทำมาแล้ว งานไลอ้อนยืน+เดินทั้งวัน งานสม้าดคอนโดร้องเพลงบูมกลางแดดรอบกรุงเทพ งานแปลนให้กูนั่งรถไปเล่านิทานไกลถึงระยอง ค่ายปลูกป่าปักหญ้าแฝกกลางแดดเป็นกิโล ๆ) แต่ไอ้การที่กูนั่งทำงานงก ๆๆ อยู่ (โดยไม่ได้มองหน้าใครเลย ไม่ได้คุยกับใครเลย น้ำลายจะบูดอยู่แล้ว มือก็พิมพ์คอมอยู่ตลอดเวลาจนน่ากลัวว่าเดี๋ยวดึก ๆ คงได้มีละเมอพิมพ์กันมั่ง ตาก็ไม่ได้มองอะไรเลยนอกจากจอคอม คนโทรเข้ามายังไม่ค่อยอยากจะรับสายเหอะ งานยุ่งมาก) แต่เสือกมีคนเดินมาด่าว่าแผนกนี้ไม่ทำงาน หมายความว่าอะไร (ถ้าแขนมีกล้ามมากกว่านี้ซักหน่อยคงจะต้องวางมวย) หัวควยจริง ๆ เหอะ ถ้านั่นเรียกว่ากูไม่ตั้งใจทำงาน กูก็คงไม่มีปัญญาตั้งใจกว่านั้นได้อีกแล้ว นั่นเป็นแค่ดอกที่หนึ่ง กูยังทนได้

ตอนเย็น กูก็ยังคงทำงานอยู่เหมือนเดิม คีย์ข้อมูล(ล้านแปด)งก ๆๆ เสือกปิดไฟห้องกู (เป็นควยอะไร) ตอนแรกก็ไม่ได้ว่า นึกว่าซ่อมไฟ แต่ชักนานเกินไปจนต้องหันไปคุยกับรัชว่า เมื่อไหร่เขาจะเปิดไฟวะ กูปวดตาหวะ รัชบอกเช่นกัน ปวดตามาก ก็ยังไม่ได้อะไร ไม่มีเวลาถามใครเพราะงานยุ่ง จนดาวเข้ามา งานฝ่ายมันเสร็จแล้วเลยมารอเรากลับบ้าน เราบอกมันแล้วว่าของเราคงอีกนานให้มันกลับก่อน แต่มันบอกไม่เป็นไร นั่งรอเรื่อย ๆ (ซึ้ง) แล้วมันก็บ่นว่าห้องมืดมาก พิมพ์งานไปได้ยังไงเดี๋ยวตาเสีย เราบอกไม่รู้หวะ มันปิดไฟงี้มาซักพักแล้ว ดาวเลยเดินไปช่วยดูให้ว่าเกิดอะไรขึ้น มันกลับมาบอกว่าบอกคนอื่นให้แล้วว่าให้เปิดไฟ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีไฟเปิด ดาวเลยโทรหาเจ้านายอีก บอกให้เปิดไฟห้องดาต้าหน่อย เพื่อนปวดตามาก แต่ข่าวคราวก็ยังเงียบไป
จนซักพักมีใครไม่รู้เข้ามาบอกว่า "คนปิดไฟก็คือเดวิดเจ้านายพี่ คนที่จ่ายเงินน้องนั่นแหละค่ะ มีปัญหาไหมคะ ไปคุยกับเดวิดเองไม๊" อีควยปลาทู.... อย่านึกว่าเงินสองพัน (วันละห้าร้อย) ของมึงจะเป็นพระเจ้า ฟาดหัวกูให้กูต้องทนได้ทุกอย่างงานหนักกูไม่ว่า แต่อย่ามาทำสันดานกดขี่กัน ขอโทษด้วยที่อีโก้เยอะ และอดทนกับสันดานคนได้ไม่พอ กูบอกเค้าว่ากูลาออกทันที ส่วนเงินที่ทำวันนั้นไม่เอา คิดว่ามาช่วยแล้วกัน กูคิดว่าสิ่งที่ได้กลับไปมันมีค่ายิ่งกว่าเงินห้าร้อยอีก อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่าโลกนี้มันเป็นยังไง บางทีก็เหี้ยเหลื๊ออเกิน


กลับบ้านกับดาวอย่างสบายใจ (ดาวลาออกด้วย บอกทำสันดานงี้กับเพื่อนกู กูไม่คบ.. ฮาาา ใจหวะ) ลงมาเจอป่านกับจุ้ยที่แมค ป่านกับจุ้ยนึกว่ากูร้องไห้มา (กูป่าว) มันทักว่าตาเราแดงมากเหมือนคนร้องไห้หนัก เรางง ๆ หยิบกระจกมาส่องดู แดงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก จริง ๆ
คิดว่าเป็นเพราะนั่งจ้องคอมทั้งวัน โดยเฉพาะที่จ้องตอนปิดไฟด้วยนั่นมากกว่า ตาเลยแดงแจ๋เลย แย่แล้ว ไม่คุ้มเลยจิง ๆๆ

มาคิด ๆ ดู ก็เพราะยังเป็นนิสิตอยู่ เลยเลือกที่จะใช้ชีวิตได้อะนะ ไอ้อะไรที่มันโขกสับเราเกินไปเราก็มีสิทธิ์จะออก จะไปทำอย่างอื่น เพราะในวัยนี้เรายังไม่ต้องง้อ พ่อแม่ก็ยังมีให้อยู่ งานอื่นเดี๋ยวก็เข้ามาให้เราเลือกเอาที่ดี ๆ แต่พอเรียนจบไป ต้องเจอสังคมที่ใหญ่กว่านี้ ก็คงถึงเวลาที่อยากออกก็ออกไม่ได้... ไม่รู้เหมือนกันหวะว่าถ้าเจออย่างนี้แล้วจะทำยังไง จะทนเหมือนกับที่คนอื่นทนรึเปล่า... ย้ำอีกที งานหนักไม่ว่า แต่อย่ามาข่มเหง กูก็มีศักดิ์ศรีของกู

อืม.... เกลียดอีโก้ของตัวเองเหมือนกัน บางที..


เนื่องจากไม่ต้องทำงานแล้ว ก็เลยมีเวลาไปเที่ยวมิวเซียมสยามกับเพื่อน ๆ มาเมื่อบ่าย สนุกมากกกกกกกกกกก มิวเซียมดีสุด ๆ ยกให้เป็นสุดยอดมิวเซียม ตอนแรกว่าจะไม่ไป เพราะปวดหัวมาก (กลับมาจากทำงานก็ปวดตาปวดหัวตลอด จะอ้วกเอา) แถมตื่นมาตอนเช้าเมนส์ทะลัก ปวดท้องสุด ๆ แต่โทรไปหาดาว ดาวบอกกำลังจะไป จะรอที่ท่าน้ำก็เลยเอาวะ ไปก็ไป

โบกแท็กซี่ไปจากบ้าน ถือว่าใจป้ำมาก เพราะแท็กซี่ตอนนี้แพงงง ตั้งแต่ปรับมิเตอร์เราก็ไม่ได้ขึ้นอีกเลย แต่คราวนี้รีบจริงเลยต้องโบก บอกคนขับว่าจะไปท่าน้ำนนท์ ไปแบบด่วนที่สุด มันบอกได้เลยครับ "ท่าน้ำปากเกร็ด"

.... ไม่ใช่ว๊อยยยย กูย้ำอีกที ท่าน้ำนนท์ค่ะ มันบอก ที่อยู่ตรงปากเกร็ดใช่ปะ กูบอกไม่ใช่ ท่าน้ำนนท์อยู่ตรงตลาดนนท์ มันพยักหน้ารับทำเสียงอือออ ขับไปเรื่อย ๆ มันบอกจะไปแยกแคลาย เลี้ยวซ้ายเข้าปากเกร็ด.......... ไอ้ละมั่ง.. กูบอกว่าท่าน้ำนนท์อยู่ตลาดนนท์
-_-"

เหนื่อยมากกะการคุยกับมัน ขับไปเรื่อย ๆ ถึงสะพานพระนั่งเกล้า มันบอกจะเลี้ยวซ้าย... เข้าโป๊ะพระนั่งเกล้า.... ไอ้นี่อาการหนัก
ก็กูบอกจะไปท่าน้ำนนท์
!

สรุปว่าท่าดีทีเหลว กูต้องบอกทางมันอย่างใกล้ชิดว่าท่าน้ำนนท์ไปยังไง มันยังมีหน้ามาอวดภูมิตอนอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ว่า ถนนรัตนาธิเบศร์นี่ไปสุพรรณได้นะครับ ออกไปทางวงแหวนได้... เออ กูรู้แล้ว กูอยู่มาตั้งแต่จำความยังไม่ได้
พอเข้าไปในถนนตรงทางจากพระนั่งเกล้าไปท่าน้ำนนท์ มันยังอวดอีกว่า สายนี้เรียกถนนเลี่ยงเมืองครับ มี อตก.
3 อยู่

ไอ้หมอยช้าง.... มึงไม่ต้องพูดดี ท่าน้ำนนท์มึงยังงงอยู่เลย

กูเป็นเซ็งมาก บอกให้รีบก็เหยียบแค่หกสิบกว่า (เดี๋ยวถีบเบาะคนขับแม่งเลย) กว่าจะถึงท่าน้ำก็เลทซะ อีดาวยืนรอชี้หน้าด่าอยู่ (ฮา) ไปถึงแล้วก็รีบลงเรือไปสะพานพุทธกัน
ตอนถึงท่าเกียกกายมีน้องรด.ลงมา กรี๊ดดด น้องสวนกุหลาบจะไปลงท่าเดียวกับเราแน่ ๆ หึหึหึ อาหารตาหวะ

ถึงสะพานพุทธก็ลง เรือแม่งโต้คลื่นชิบหาย น้ำกระเด็นใส่หน้าโคตร ๆ ดีว่าเป็นเจ้าพระยาไม่ใช่แสนแสบ (ไม่งั้นล่ะไม่อยากคิด)
ลงจากเรือแทบเดินไม่ไหว แอบเมา ไปมิวเซียมก็ไม่ถูก ทำเนียนถามน้องสวนกุหลาบที่ขึ้นท่าเดียวกัน (หึหึ) คนอื่นกูไม่ถามหรอก ไม่เร้าใจพอ (ฮา) น้องทำหน้างง ๆ เหมือนจะไปไม่ถูกเหมือนกัน เวรแล้วไหมล่ะ มันบอกให้กูนั่งตุ๊ก ๆ ไป สามสิบบาท โอเคเลย โบกตุ๊ก ๆ แต่ตุ๊ก ๆ เสือกบอกว่าสี่สิบ ควยแล้วพี่ อีดาวบอก นั่งประจำ สามสิบ พี่เค้าพยักหน้า อ้าวไอ้ห่า หลอกกู หน้าตาปลาจิง ๆ

ไปมิวเซียมสยามก็เข้าผิดประตู ประตูหน้าดี ๆ มีไม่เข้า กูจะเข้าประตูหลัง ใครจะทำไม ไปแล้วงงเลย ไหนวะตึกพิพิธภัณฑ์ คงยืนกันสองคนหน้าดูโง่มากจนมีคนสมเพชเดินมาบอกทาง เหอๆๆ หล่อดี (อีกแล้วนะกู) เดินมึนไปตามที่เขาบอกเรื่อย ๆ เจอแตงไทยเดินมึนอยู่เหมือนกัน เลยได้พรรคพวกมึนสามคนไปตึก เจอหน้าอัชชี่รออยู่ หายมึนเลยกู

เช็คชื่อ รับควิซ (ขอบใจอะ ให้มาฟิลทริปยังอุตส่าห์มีควิซ ซึ้ง..) อัชชี่แสยะยิ้มมองหน้าเราสองคน ถามว่าหลงทางเหรอ (เพราะมันสาย) เอ่อ... ใช่ครู หนูหลงทาง (ฮา) ครูบอกคนหลงเยอะ อืมม... งี้ต้องแจ้งมูลนิธิกระจกเงา (ไม่ขำเนอะ)

ขึ้นไปในมิวเซียม ชอบบิวดิ้งมากเพราะเป็นกระทรวงพาณิชย์เก่า มันคลาสสิกสุดยอดในความคิดเรา ข้างในก็เจ๋ง ถามว่าสมไหมที่ลงทุนไปร้อยล้าน เราว่าโอเคเลย มันใจมากจริง ๆ เราชอบตัวหนังสั้นทุกตัวที่พิพิทธภัณฑ์ทำ พยายามจะดูให้หมดแต่ก็ไม่ไหว (ปวดท้องเมนส์) คิดว่าจะกลับไปใหม่วันหลัง คราวนี้เอาให้ฉ่ำปอดแบบไร้เมนส์ (ฮาา)
ได้เล่นอะไรหลายอย่าง ชอบที่สุดต้องเป็นห้อง
war room มันมีเกมให้เราเล่นบังคับปืนใหญ่ยิงพม่า รู้สึกว่าเลือดรักชาติขึ้นสูงโคตร ๆ เพราะยิงพม่าไม่ยั้งเลยกู เอาปืนใหญ่ถล่มมัน ร้องเชียร์กับเพื่อนเอ้ว ๆๆ โคตรหนวกหูเลยแต่สนุก มีเกมจัดตาทัพสู้กับพม่าด้วย เราจัดถูกไปตั้งหลายข้อ เก่งเหมือนกันหวะ สงสัยชาติที่แล้วกูเป็นแม่ทัพหย่ายยย เอิ๊กก (ก็ว่ากันไป)
แล้วก็มีเกมให้แบ่งดินแดนประเทศ หนุกหวะ ห้องซิกซ์ตี้ก็ตลกดี มีตู้เพลงให้กดเปิดเองได้ตามใจชอบด้วย ชอบสุด ๆ ต้องเป็นเพลงรถดับเพลิง เปิดแล้วแด๊นซ์กระจายในห้องกับแตงสองคน มีน้อง ๆ ผู้ชายโยธินกลุ่มนึงเดินมา คงคิดว่ากูบ้า แต่ไม่เป็นไร กำลังมันส์
มีให้เปลี่ยนชุดไทยโบราณเล่นกันด้วย หยุดอยู่ตรงนั้นประมาณชั่วโมงนึง เล่นทุกอย่าง กูนึกว่ามาสตูดิโอถ่ายภาพ ลืมไปว่านี่มิวเซียม แต่ชอบ ๆๆ วันหลังมาอีก

ตอนขากลับเกือบตายเอาเพราะปวดท้องเมนส์มาก แยกย้ายกะเพื่อนก็กลับเรือกับดาวเหมือนเดิม อีเปิ้ลหายไปไหนไม่รู้ เจอกันตอนขาเข้ามิวเซียมแล้วมันก็หายไปเลย ไม่เจอกันอีก ท่าทางจะดื่มด่ำน่าดู เหอๆๆ ที่แน่ ๆ กูกลับบ้านก่อนดีกว่า นั่งเรือธงฟ้ากลับ จริง ๆ ธงส้มมา แต่โง่อยู่ ไม่รู้ว่าต้องนั่งคันนี้ก็ได้ น้องสวนกุหลาบแถวนั้นบอกว่าพี่นั่งลำนี้เร็วกว่านะ แต่ไม่ทันแล้วอะน้อง มันไปแล้ว เลยต้องนั่งธงฟ้ากับน้องไปตามระเบียบ จอดแม่งทุกป้ายเลย ปวดท้องเมนส์อีก สุดท้ายนั่งไปไม่ถึงท่าน้ำนนท์ แยกกะดาว ลงที่ปิ่นเกล้าแล้วโบกแท็กซี่กลับบ้านโลด ปวดท้องสุด ๆ สรุปวันนี้รวยจัด นั่งแท็กซี่ทั้งขาไปและกลับเลย พี่แท็กซี่ตลกชิบหาย คุยกะเค้าจนลืมว่าตัวเองปวดท้อง แต่พอกลับถึงบ้านก็ปวดเหมือนเดิม เฮ้อ
เป็นผู้หญิงต้องอดทนเจง ๆๆ

กลับมาบ้านบลา ๆๆ ช่วงนี้มือถือเราเพี้ยนมาก ใครโทรมาก็ชอบดับตัวเองตลอด เลยพลาดการติดต่อกับหลาย ๆ คนไปหมด ไม่ได้การละ ต้องหาซื้อเครื่องใหม่ มีคนบอกว่ามี
n73 จะขายเราสามพัน (ถูกไปปะ) แต่เราว่าของจีนแดงแน่เลย เราไม่ชอบใช้ของจีนแดงอะ มันแปลก ๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน อยากได้ iphone จริง ๆ ตอนนี้มีตังพอนะ แต่สองจิตสองใจเพราะใคร ๆ ก็บอกไม่ดี ก็รู้อะว่าไม่ดีแต่ก็อยากได้ (ทำไมวะ) ถ้าไม่ใช่ iphone ก็นึกไม่ออกแล้วว่าอยากได้อะไร... อ้อ... อยากได้ phoneone แบบของเซฟเหมือนกัน ใหญ่ไปหน่อยแต่ฟังชั่นดี ชอบตรงที่มีไวร์เลสในเครื่อง เล่นเนทได้ตลอดเวลานี่แหละ เวลาไปไหนมาไหนจะได้แชท msn กับเพื่อนได้ (คิดแค่นี้นะมึง) เดี๋ยวนี้กรุงเทพมีไวร์เลสทุกที่แล้วด้วย อืม.. แถมไม่แพงเท่า iphone หรือจะเอาอันนี้ดีวะ?
  ปล. ลืมโอนค่า apocalypse ให้ปามจังอีกแล้ว (เลวหวะ) มัวแต่ปวดท้องเมนส์ เสียใจจจจปปล. วันนี้โยชิกิเพรสคอน? เออ ลืมไปเลย มัวแต่ไปมิวเซียมสยามกับเพื่อน แต่ก็เอาเหอะ จริง ๆ แล้วเกิดไม่ทัน x-japan เลยไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่กับเพรสคอน แต่ก็คิดว่าจะไปดูไลฟ์นะ ปลายเดือนมกราใช่ปะ จองบัตรวันไหนวะ อยากนั่งฝั่งป้าโซ่ ออแกไนซ์ไหนทำเนี่ย เนียน ๆ ไปขอพาร์ทไทม์เขาจะรับมะ 555+ปปปล. ทรูจะเอารักแห่งสยามมาฉายวันที่ 23 นี้ ตอนสามทุ่ม อย่าลืมดูกันนะ ฟิม เอเชีย ตอนนี้หลงรักน้องพิชหัวปักหัวปำ มีแบบนี้อยู่ข้างบ้านมึงไม่รอดถึงไอ้โต้งหรอก เส็ดกู (ระดับความบ้าก็ไม่มากเท่าไหร่ แค่วันก่อนทำสัมมนาก็ว่ายุ่งแล้ว ยังเจียดเวลานั่งรถไปถึงสนามเป้าเพื่อซื้อดีวีดีหนังได้อีก แบกบ็อกซ์เซทกลับบ้านมาในราคา 950 บาท แพงพอ ๆ กับที่เคยจ่ายให้อิโนรันเลย กูล่ะเบื่อตัวเอง เลี้ยงผู้ชายหลายคนเกิน)ปปปปล. เออ ลืมไป น้องพิชเค้าเป็นผู้หญิง (ฮา)



บางทีก็รู้สึกว่าเราโชคดีจัง ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็มีเพื่อน
ถึงจะเกิดมาเป็นลูกคนเดียว แต่เพิ่งรู้ตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง ว่าอยู่คนเดียวไม่เป็น.
 


HedFuc pSychO*
View full profile