2011/Jul/05

 

โตเกียวเฟี้ยววววววววววววววววสุดสุด Series

 

>>Day 1<< BKK - Ho Chi minh - Narita - Asakusa - Shibuya - Tokyo Dome - Kanda - Asakusa

 

Warning! : ยาวอย่างร้ายกาจ! (ร้ายกาจจริง ๆ) ไร้สาระอย่างหาที่สุดไม่ได้ หากท่านเซิร์จมาเจอนึกว่าจะเป็นรีวิว หรือไกด์นำเที่ยว ท่านคิดผิด!! เพราะนี่เป็นแค่ไดอารี่บันทึกเรื่องราวมั่ว ๆ ซั่ว ๆ เท่านั้น!!

 

โตเกียว เฟี้ยวววววววววววววววววววววว สุด ๆ DAY 2

 

Tokyo Dome - Shibuya

2010.12.25

 

วันที่ 2 ในโตเกียวววว

 

วันนี้ตื่นไม่เช้าเท่าไหร่ (เพราะเมื่อคืนร่านผู้ชายจนดึก เกือบตกรถไฟ) แต่โปรแกรมเช้าเราก็มีอยู่นะ คือกะจะไปเดินเล่นสวย ๆ กันที่สวนอุเอโนะ แล้วแวะกินข้าวหน้าปลาไหล 260 ปีให้เป็นบุญลิ้น

ดังนั้นเราเลยตื่นมาแต่เช้า~ หน้าตาแจ่มใส (แต่ไม่ใช่เมียบรรหาร)

 

อากาศหนาวพอสมควร แต่ก็ทำตัวเก๋ายิ่งกว่าอากาศ เพราะใส่แค่เสื้อยืด 1 ตัว คลุมด้วยแจ็กเกตแขนกุด (แต่มีไท้ข้างในนะ) หนาวใช้ได้ แต่ก็ต้องทนเพราะรักษาคอนเซปต์ wear black....... (คือกูแบล็กได้แค่นี้แหละ ขอโทษนะคิโยโกะ)

ใช่แล้ววววว วันนี้เราจะไปคอนเสิร์ต Holy Night ของ Lunacy กัน >___<,, (เน้นอีกทีว่า Lunacy มิใจ๊ Luna Sea คริ ๆๆ) เดรสโค้ดคือใส่ชุดดำ คงกะจะให้กุคอสเพลย์แต่แก่แล้ว ไม่ไหวจะคอส เลยใส่แค่กางเกงยีนสีดำ เสื้อเทา.... รองเท้าแดง (เอ่อ... จะไม่ได้เข้าก็เพราะรองเท้านี่แหละ 5555)

ขอชี้แจงก่อนว่า คอนเสิร์ตนี้เป็น free live ของ Luna Sea ที่จัดเพื่อ Slave ทั่วโลก!!! โว้ววว มันช่างสวดยวดไปเลยชิมิ ๆๆๆ การปิดโตเกียวโดมจัด free live เนี่ย ไม่ใช่ Luna Sea คงไม่มีวงไหนบ้าทำ -*- (ไม่อยากคิดถึง budget เลยให้ตาย... เอ่อะ คิดไปคิดมาอีกที budget พวกนั้นก็เงินที่กรูส่งเสียให้ทั้งนั้น สรุปคุ้มปะวะ) วิธีการได้บัตรมาสำหรับแฟน ๆ ก็ง่ายมาก แค่ไปกดตั๋วใน e+ ให้ทันชาวบ้านเค้า ส่วนแฟนต่างด้าวน่ะเหรอออออ

Luna Sea ใจดี มีเพจกดตั๋วสำหรับเอเลี่ยนให้โดยเฉพาะ อุกรี๊ดดดดดดดด >__<,, ในที่สุดก็เห็นพวกเราอยู่ในสายตาแล้วววว~
กะเหรี่ยงเห็ดพอได้ข่าวปุ๊บก็เลยไปจัดการกดตั๋วมาซะเลย 3 ใบ (เผื่ออีนิกับอีกุ๋ยด้วย ให้เข้าดูด้วยกัน ไหน ๆ มันก็ฟรี กร๊าก ๆๆ) แล้วก็รอลุ้นอยู่หลายวัน ว่าจะได้เข้าหรือไม่ (กดแล้วต้องไปผ่านขั้นตอนจับฉลากอีกที... แหม นึกว่าตัวเองเป็นจอห์นนี่ส์จูเนียร์เหรอลุง) ปรากฏดวงเฮงมากกกกกกกก เพราะว่าได้ตั๋วทั้ง 3 คนเลยยยย >__< กรี๊ดดดดดด รู้สึกว่า Luna Sea ก็รักกูเหมือนกันวันนี้แหละ!

ถึงวันจริง เราก็ตื่นแต่เช้า อย่างที่บอกว่ากะจะไปอุเอโนะก่อน (ยังมีแรงชิว) ก่อนออกก็ร่ำลากับรูมเมทอีกคน เขาบอกว่าวันนี้เป็น last day แล้ว เค้าจะกลับแล้ว เราก็บ๊ายบาย โชคดี ลากันไป

เห็ด นิ กุ๋ย กะเหรี่ยงสามตัวก็เดินออกจากที่พัก ข้ามสะพาน ด๊อกแด๊ก ๆๆ ไปจนถึงสถานีรถไฟ.... ฉิบหาย.......

กุลืมกระเป๋าตัง -_-

ห่าเอ๊ยยยย เลยต้องเดินกลับไปเอากระเป๋าตังค์ที่ที่พักเลย เซ็งเห็ดเอี้ย ๆ แน่นอนว่าพอเข้าที่พักก็ไม่ค่อยอยากจะออก (ข้างนอกมันหนาวง่ะะะ) ยังคงนั่งอ้อยอิ่งอีกพักใหญ่ ไป ๆ มา ๆ ไม่ไปแม่งและอุเอโนะ ไปโตเกียวโดมเลยละกัน -*- คือกลัวเอาตั๋วไม่ทันอะ เรื่องของเรื่อง กติกาเอาตั๋วเป็นยังไงยังไม่รู้เลย ไปตายเอาดาบหน้าละกัน

ดังนั้นกะเหรี่ยงทั้งสามจึงออกจากโรงแรม(อีกรอบ)มุ่งหน้าไปโตเกียวโดม(อีกแล้ว)...

ดำดินที่สถานีอาสะคุสะ เจอน้องน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แถมพอยกกล้องจะถ่ายก็ชูสองนิ้วสู้อีกแน่ะ!

 



แม่ก็สนับสนุนนะนั่น กร๊ากกกกก
ชอบ ๆ สเตอริโอไทป์เด็กยุ่น ตัวขาว ๆ กลม ๆ แก้มป่อง ๆ แดง ๆ เห็นแล้วอยากฟัด ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ น่ารักกันทั้งประเทศจริง ๆ คอนเฟิร์มมม

 

แล้วเราก็ขึ้นรถไฟกันสบายใจ.... ว่าแต่ทำไมคุณแม่ไม่พาน้องขึ้นมาน๊าาาาา อ๋อ คงจะอยากรอให้น้องกินข้าวเสร็จก่อนแล้วค่อยขึ้นมา (กำลังป้อนข้าวกันอยู่) แต่....... เห็ดคิดผิด...

เพราะนี่มันคือขบวน rapid ต่างหาก!!!!!! o[]o ว้อดดด ด่า ฟั๊กกกกกกกก! รู้ตัวอีกทีรถไฟกุว๊าบบบบบบบบบไปถึงชิบุย่าแล้ว เย้ยยยย~ เลยมาไกลสัส ต้องหาทางกลับให้จ้าละหวั่น -*- ถามคนยุ่นแถวนั้นไปทั่วจนเกรงใจ เค้าก็พยายามจะอธิบายให้กะเหรี่ยงฟังว่าจะกลับไป(ด้วยรถไฟปกติ)ยังไง มีทั้งพูด (ยุ่น+อิ้ง ปนกัน) ทั้งภาษามือ (มือแทบพันกันแล้ว) และทั้งแสดงท่าทาง (เกมโซนสุด ๆ) คือกว่ากุจะเข้าใจทำเอาพี่ยุ่นเหงื่อไหลหน้าหนาวเลยทีเดียว กร๊ากกก รู้สึกผิดสุด แต่เค้าก็ตั้งใจจะบอกเรามากนะ คือรถไฟผ่านหน้าไปเค้าก็ไม่ยอมขึ้น อธิบายใหญ่เลย โอ่ยย รู้สึกผิดที่โง่ แต่สุดท้ายก็ขึ้นรถไฟถูกขบวนจนได้ ขอบคุณค้าบบบบ ^^

 

ปล. จริง ๆ ก่อนขึ้นก็เห็นนะว่ามันเขียนว่าเป็นขบวน rapid แต่ไม่รู้ว่า rapid แปลว่าไร (กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก โง่จิงไรจิง) คือเป็นคำที่เคยเห็นบ่อย ๆ แต่ไม่เคยคิดจะหาความหมาย ผ่านมาผ่านไปตลอด จนวันนี้แหละ... ฮึ่ม! กุจำจนวันตาย T____T

 

แล้วก็ไปถึงโตเกียวโดมจนด้ายยย ^^ ไปถึงปุ๊บก็หาต่อแถวรับบัตรก่อนเลย เห็นแถวยาว ๆ ก็โป๊ะเช๊ะ! เพราะมันเขียนว่า 'Free live for people from overseas Ticket Office' *_* เจอแล้ววว แต่แถวยาวได้โล่ -*- แม่ม กุนึกว่าจะสั้น ๆ ที่ไหนได้ เอเลี่ยนก็มาดูเยอะเหมือนกันนะนี่ แต่ส่วนมากเป็นหัวดำล่ะ หัวทอง ๆ แดง ๆ นี่ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ (แต่ก็มี) ดังนั้นเวลากล้องของสตาฟมาถ่ายก็เลยชอบถ่ายแหม่ม ไม่สนใจจะถ่ายกะเหรี่ยงอย่างเราเท่าไหร่ Y__Y ช่ายซี๊.......

 

ถ้าไม่รักก็ไม่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาดูหรอกนะ จะบอกให้!

 

ต่อแถวอยู่ก็จะมีคนเดินมาต่อเรื่อย ๆๆๆ (ท้ายแถวยิ่งสะสม) แต่ระหว่างกำลังเหม่อ ๆ ต่อแถวอยู่นั้น ก็มีเสียงดัง "โฮ๊ะ!!!!!" O_o มันคือ........... เสียงของเมทเราที่โรงแรมนั่นเอง!!!!!!!!!!!!! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เธอเป็นสเลฟฟฟฟฟฟฟ ชั้นก็ว่าอยู่ว่าทำไมเมื่อคืนเธอกลับดึก กร๊ากกกกกกกกก ตกใจกันทั้งคู่ว่ะ หน้าเค้าแบบอย่างช็อก (กูก็ช็อก) เสียดายยยไม่รู้ตั้งแต่ตอนนอนด้วยกัน ไม่งั้นคงเม้ากันมันส์ระเบิดไปแล้ว ชิชิชิ!!! 5555 ตลกดีว่ะ โลกกลมดี ลูน่าซีมักจะพาอะไรไม่คาดคิดมาสู่ชีวิตเราเสมอจิง ๆ......

 

ต่อแถวพักใหญ่ แถวก็ไม่ค่อยจะเขยื้อนเท่าไหร่ จนสตาฟต้องมาเปิดเพิ่มอีกช่อง คราวนี้บอกว่าใครพูดภาษาญี่ปุ่นได้ให้ไปอีกช่องนึง อุแม่เจ้า.......... คราวนี้แถวหายไปเกินครึ่งเลยว่ะ คือคนฟังเพลงญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็จะเรียนภาษาญี่ปุ่นกัน แต่ไม่ใช่เห็ด กร๊ากกกกกกกก (ขี้เกียจตั้งแต่เกิด) ไป ๆ มา ๆ พอแยกคนที่พูดยุ่นได้ออก กุเลยได้ต่อแถวเป็นคนที่สามเลย 555555 ข้อดีของความโง่มันเป็นเยี่ยงนี้เองงงง

 

แต่ก็ไปต่อตอนบ่ายแก่ ๆ แล้วง่ะนะ ไม่ได้หวังไรมากว่าจะได้ตั๋วตรงส่วนไหนของโดม ในใจคิดว่าคงได้ขึ้นสแตนแน่ ๆ อาจจะขึ้นถึงชั้น 4 แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเมื่อวันอีฟคุ้มแล้ว 5555 วันนี้บัตรฟรีไม่อยากหวังไรมาก ดูไกล ๆ ก็ดีจะได้เห็นภาพรวมของสเลฟทั้งโดม น่าจะสวยไปอีกแบบ

 

แต่....................................... ลูน่าซีก็รักกุจิง ๆ

 

เพราะกะเหรี่ยงทั้ง 3 คนได้บัตร......

 

 

อารีน่า บล็อก B1 O__O กุได้อารีน่า B !!!!!!!!!!!! บ้าป่ะ มาตั้งบ่ายกว่าทำไมยังได้เนี้ยยยย (แสดงว่ากั๊กที่อารีน่าไว้ให้เอเลี่ยนเกือบหมด ของกุนี่อาจบล็อกสุดท้ายแล้ว 55555) ตกใจโคดตอนเห็นคำว่า arena ตกใจอีกตอนเห็นว่า B แต่พอเห็นตัวเลข B1 ก็หายตกใจไปนิดหน่อย เพราะมันริมห่า ๆ 55555555555555555555 เฮ้ย แต่ก็ยังดีนะ ตอนได้มามือสั่น รู้สึกว่าทำไมมึงรักกูจังวะลูน่าซี บัตรฟรีแท้ ๆ ยังจะให้ของดี(จะว่าดีก็ดี)กะกูอีก โอ่ยยยยยยยย หวังให้กุเป็นทาสในเรือนเบี้ยชัด ๆ!!!

 

ได้ตั๋วมาสบายจุยยยยยยย~ ก็ไปหาไรกินกัน ซึ่งหนาว ๆ แบบนี้ก็............ ราเม็งอีกแล้ว ฮา ๆๆ

 

ราเม็งร้านนี้อยู่ในโตเกียวโดม อยู่ตรงโดมเลย (ไม่ใช่ลาควา) พนักงานพูดอังกิดไม่ได้ -*- กุต้องจิ้ม ๆ เมนูเอา แอบไม่เข้าใจตอนมันรับออเดอร์ เป็นพี่ผุชายคนนึงเดินมารับออเดอร์ที่โต๊ะ ซึ่งพวกเราก็วางพาสปอร์ตกันเอาไว้หราเชียะ (เพิ่งเอาตั๋วคอนมาไง ยังไม่ได้เก็บพาสปอร์ต) เป็นพาสปอร์ตตราครุฑ Thailand สุด แต่เฮียแกถามหน้าตาเฉยว่า "Chinese?" -*- อีกแล้วนะมึงงงงงงงงงง ถามกุแบบนี้อีกแล้วนะมึงงงงงงงงงงงงง พาสปอร์ตไทยกุก็ทนโท่อยู่ โว๊ยยย อยากจะกัดให้หูขาด -*-

 

หลังจากปฏิเสธกันไป ด้วยคำแก้ตัวว่า "Nooo Thailand!" ก็จิ้ม ๆๆๆ สั่งเมนูกัน ขอบอกว่าแอบสั่งกันไม่รู้เรื่องเล็กน้อย เพราะภาษาอังกฤษของพี่แกไม่กระดิกแม้แต่นิ๊ดดด ระหว่างกำลังมึน ๆ พี่แกก็ถามอีกว่า "can you speak Chinese?" เอิ่ม............... จะให้บอกอีกกี่รอบว่ากุคนไทย!!!!!

 

นิกับกุ๋ยสั่งแบบน้ำ กุอินดี้ กุสั่งแบบดิ๊พ... คือไม่รู้หรอกนะว่าปกติมันเรียกว่าไร รู้แต่ชี้ถามเค้าว่าแบบนี้เป็นยังไง เค้าบอก "ราเม็งดิ๊พ" (แบบแยกน้ำกะเส้น) เอิ่บ... ใช่เหรอวะ นี่มึงบัญญัติศัพท์เองรึเปล่า -_- ดีนะกุเคยกินสเวนเซ่น เลยรู้จักคำว่าดิพ ไม่งั้นได้เล่นเกมโซนกันอีกแหง 5555

แล้วก็สั่งเกี๊ยวซ่ามากินกันอีกชุดนึง (ติดใจจากเกี๊ยวซ่าเทพที่คันดะเมื่อคืน) รอซักพักอาหารก็มา~

 

 

 

ราเม็งที่นี่จะเป็นราเม็งอารมณ์หมูย่าง ซึ่งก็จะมัน ๆ เยิ้ม ๆ หน่อย (แต่ของมันนี่เข้าทางเห็ดอยู่แล้ว กร๊ากกกกกกกกก ชอบบบ) อีนิเจอหน้าปุ๊บถึงกับเบะปาก เพราะให้ถั่วงอกมาอย่างเยอะ กร๊าก ๆๆ ทำเป็นขำมันไป สุดท้ายคนซวยคือกุ เพราะต้องมานั่งแดกถั่วงอก (ที่มันโยนมาให้) เป็นกิโล ๆ T___T อิฟวยยยย

 

ราเม็งอร่อยดีนะ ชอบ ๆๆๆๆ ส่วนเกี๊ยวซ่าไม่อร่อยเท่าที่คันดะ แต่ก็พอกินได้ รสชาติไม่น่าเกลียดอะไร เอาเป็นว่าร้านนี้ผ่าน ^^

 

เสร็จจากกินราเม็งก็ออกไปเริงร่ากันต่อ แน่นอนว่าต้องถ่ายรูปคู่ป้ายอีกซักนิดพอเป็นพิธี ให้รู้ว่ามาถึงแล้ว ^^

 

 

เดรสโค้ดแต่ละคน หักมุมที่รองเท้ากันทั้งนั้น กร๊ากกกกกกกก อีเหี้ยนิก็เหมือนอาม่าที่มากะกรุ๊ปทัวร์แล้วขอถ่ายรูปคู่ป้ายชิบหาย.... ส่วนคอสเพลย์หงินั่นอยากจะบอกว่าอึดมากกกกกก เพราะอากาศหนาวเหี้ย ๆ แต่มึงใส่แขนกุด ทำไปได้!!! ชาบูวววว์

 

แล้วเราก็เดินเล่นไปเรื่อย ๆ แถวโตเกียวโดมนั่นแหละ รอเวลาเปิดประตู ก็แวะไปซื้อฮีทเทคตัวใหม่ในยูนิโคล่ คือที่เอามาจากไทยไม่ช่วยเลยจริง ๆ หนาวมากกกกกกกกกกกกกก เป็นวันที่หนาวจนอยากจะเย็บมือไว้ในกระเป๋าตลอดเว -_- แล้วฮีทเทคของยูนิโคล่ก็ดีจริงอะไรดี (และราคาย่อมเยาว์) อยากจะวิ่งไปกอดคนผลิตแรง ๆ (โทษฐานช่วยชีวิตกะเหรี่ยงให้ไม่ต้องหนาวตายคาเมืองยุ่น)

 

อ้อ ตอนก่อนมาแวะซื้อหวีจากแฟมมิลี่มาร์ทหน้าสถานีรถไฟแถวที่พักด้วย (เพราะทริปนี้ไม่มีใครเอาหวีมาซักคน เมพไหมล่ะชะนีไทย)

 

 

สนนราคา........ 400 เยนเจ้าข้าเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย (ตกประมาณร้อยกว่าบาท) หวีห่าไรเนี้ยยยย หวีแล้วผมแทบจะทอเป็นเส้นไหม แหม๊..... แม่เจ้าประคุณรุนช่อง นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าพลาดมาซื้ออะไรโง่ ๆ ที่นี่เชียว T___T

 

ว่าแต่... ทำไมกุไม่ไปซื้อในร้านร้อยเยนวะ 555555555555555555555 (โง่ตั้งแต่ต้นยันจบ 555)

 

แล้วเราก็เดินเล่นชิว ๆ กัน วันนี้มาโตเกียวโดมเป็นวันที่ 2 แล้ว แต่รถไฟเหาะก็ไม่เปิดอยู่ดี ฮือ ๆๆ เสียใจ อยากเล่น ทำไมทำกับเห็ดแบบนี้ T___T แต่ไม่เป็นไร ไปเดินเล่นเฉย ๆ ก็ได้ อีนิอีกุ๋ยสองคนตัวดี... ชวนไป....... กินเครป!!!

 

ขอบใจนะ พวกมึงยังหนาวกันไม่พอใช่ไหม T___T

 

แต่คะแนนเสียงเดียวหรือจะสู้สองเสียงได้ ฮือ ๆๆ กินก็กินวะ พวกมันลากไปตรงร้านเครปแถว ๆ ลาควา บอกว่าน่ากิน (มันเซอร์เวย์กันมาแล้วเมื่อวาน ระหว่างกุกำลังดูคอน ร้ายมากค่ะหัวหน้า) ก็ดูน่ากินจริง ๆ นะ คนต่อแถวเยอะดี เลยไปต่อมั่ง

 

ขอบอกว่าไม่ธรรมดานะคะ เพราะคนทำใช้กระเป๋าตังค์หลุยส์กันเลยทีเดียว (ขายเครปจนตั้งตัวได้ว่างั้น) อะลองซะหน่อย เดิน ๆ ต่อคิววนตามแถวไป ถึงหน้าร้านและถึงได้เห็นว่าเป็นตู้ให้กดเลือกเมนู เอิ่ม... ชิบหายและสิกะเหรี่ยง เป็นการใช้ไอ้ตู้นี่สั่งอาหารครั้งแรกของกุเลย พลาดไม่ได้ซะด้วย (เพราะคนต่อคิวข้างหลังเยอะ) เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน จิ้มเลือกเมนูแล้วยัดเงินลงไปเล้ยยยยย

 

 

ผ่านไปด้วยดีนะคะ (ถึงจะเห็นว่าโง่ ๆ แบบนี้ก็เถอะ กรั่ก ๆๆ) ได้กินเครปอร่อยสมใจ เราเลือกเป็นทิรามิสุ เพราะพยายามหลีกเลี่ยงอะไรหนาว ๆ เย็น ๆ แบบไอติม กุ๋ยกินซินนาม่อนช้อกโก้ ส่วนอีนิแดกอะไรซักอย่าง จำไม่ได้ รู้แต่ว่ามันแดกไอติม อีซาดิสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส

 

อร่อยอะ อุกิ๊วววว อยากกินอีก~

 

 

กินเครปท้าลมหนาวกันเสร็จก็เดินเล่นชิว ๆ ต่อไปเจอร้านมะมิมุเมะ.......... มูมิน!!! กรี๊ดดดดดดด ขวัญใจตั้งแต่เด็ก ๆ >__<,, น่ารักมั่ก ๆๆๆ อยากเข้าไปกิน แต่ก่อนมาแจ๊พปรี้เตือนว่าไม่อร่อย ไปถ่ายรูปก็พอ ไม่ต้องกินหรอก (ฮา...)

 

เลยจัดไป!

 

 

ชอบมากกกก มูมินนุ่งเตี่ยวปิดกะปู๋ กร๊ากกกกก

 

เดินเล่นต่อไป กลับไปแถว ๆ โดมอีก คราวนี้เจอผู้คนล้นหลามมมมมม แลดูน่าสะพรึงมั่ก ๆ เพราะดำล้วนตามคอนเซปต์จริง ๆ ราวกับมีงานศพขนาดใหญ่ -_- (พูดอะไรเนี่ย ไม่เป็นมงคลเลยกูว์) แต่แอบประทับใจเบา ๆ นะ ดูแบบว่า สเลฟเป็นหนึ่งเดียวกันดี ^_________^

 

 

ดูมืด ๆๆๆๆ ไปหมดเลยชิมิ -_-

 

 

ก็เดินร่อนไปร่อนมารอเวลาเข้าโดม ระหว่างนั้นก็ชวนกุ๋ยกะนิไปดูช่อดอกไม้กัน กุก็ชี้ไปว่า "ทางนั้น ๆ เห็นมีช่อดอกไม้แสดงความยินดีอยู่" อีกุ๋ยบอก "อ้าวเหรอ.... กูนึกว่าพวงหรีด" *กะทืบม้ามแตก* อิปวกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่ใช่เว้ยยยยยยย (ถึงแม้ตอนแรกกุก็จะแอบคิดแบบนั้นก็เถอะนะ...)

 

เดินไปดูไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะเค้าห้ามถ่าย (ทำไมต้องห้ามด้วยวะ ขอเหตุผลหน่อย กัวกุเอาไปจัดดอกไม้ตามเหรอ) สาแก่ใจแล้วก็แวะกดน้ำกระป๋องแถวนั้นดื่ม ก่อนมาได้อ่านรีวิวว่าน้ำกระป๋องญี่ปุ่นอร่อยทุกอย่าง กดมั่วได้เลย อร่อยทั้งนั้น  โอเคอะ กูเชื่อคนง่าย มึงบอกว่าอร่อยทุกอย่างใช่มั้ยยย ด๊ายยยยย อันไหนสีสวยโดนใจกุกดเลยละกัน!!!

 

 

อ้อ! ในตู้มีกระทิงแดงด้วยนะ!! 200 เยน ถ่ายมา อิอิอิ ดีใจ กระทิงไทยขวิดไปทั่วโลก

 

แน่นอนว่าเห็ดไม่ได้กดกระทิงแดง เพราะอยู่ไทยกินเบื่อแล้ว (เบื่อจริง ๆ สมัยเรียนช่วงปั่นงานส่งจานแทบจะเหมาลัง) ดังนั้นเรามาลองอะไรน่ารัก ๆ แต่อร่อย (เขาบอกมา) บ้างดีกว่า คิดได้เช่นนั้นก้อออออออออ โป๊ะเช๊ะ! เอาขวดนี้ละกันนนน สีส้มน่าร๊ากกกกกกกกกกก~

 

ส่วนรสชาติน่ะเหรอ....................... กรุณาดูภาพต่อไปนี้...

 

 

ก็ตามนั้นนั่นแล......................... -_- เอเมน..

 

คือตอนแรกแดกเข้าไป กุแทบกรี๊ด น้ำเหี้ยไรเนี๊ยยยยยยยยยยยยย ยิ่งกว่าแดกยา อีกุ๋ยเลยบอกให้กุแอคท่าอี๋น้ำอีกรอบ พอกุแอคอีนิบอกไม่เอา ไม่สมจริง ให้กุแดกเข้าไปแล้วอีกุ๋ยกดถ่ายหน้าหลังดื่มเลย โอ๊ย อีครีเอท เรื่องแบบนี้มึงฉลาดนัก! ...... แต่ก็ทำ (ผ่าง!) 5555555555555 ออกมาหน้าเป็นแบบนั้นทุกคน คิดเอาเองละกันว่ารสชาติมันเป็นไง แทบอยากจะขนกลับไทยมาให้ทุกคนได้ชิมกัน ฮือ ๆๆๆ อิเลวว นี่มันยาพิษชัด ๆ T___T

 

ขออโหสิกรรมให้ทั้งผู้ผลิตน้ำยี่ห้อนี้ และผู้ที่เขียนรีวิวว่าน้ำเมืองยุ่นอร่อยทุกอย่าง... สาธุ -_-

 

 

หลังจากเฮฮาปาร์ตี้(?)กับยาพิษไป ก็ได้เวลาเข้าโดมพอดี เย้ว ๆๆๆ นี่เป็นวันที่ 2 แล้วสำหรับโตเกียวโดมเกท 11 ของเห็ด เลยเดินค่อนข้างคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง ไม่มีอาการเลิ่กลั่กหลงทางแบบเมื่อวาน

 

แต่..........................................

 

ระหว่างเดินไปเกท 11 เจอพี่รปภ. หล่อมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ขอเน้นอีกทีว่า หล่อมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก หล่อแบบ โอ่ยยยย หล่อจังวะมึง!! อยากเป็นเมียยามกันเลยทีเดียว ณ จุดนั้น

 

ดังนั้นน้องกวางก็เลย....

 

พุ่งไปหายามแล้วตีหน้าซื่อ ถามว่า "เกทอีเลฟเว่น?" *ชูตั๋ว*

พี่ยามก็รับตั๋วไปดูแล้วชี้ทางไปให้ >______< แอร๊ยยยยยยยยยยยยยย

ข้อดีของการเป็นกะเหรี่ยงเจง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โฮะ ๆๆๆๆ

 

โดนอีกุ๋ยอีนิด่าว่าร่านไปตามระเบียบ (แต่อีกุ๋ยก็ยังยอมรับว่ายามหล่อจริงอะไรจริง กุคิดถูกแล้วที่ตอแหลไปแบบนั้น กร๊ากกก) ก็เดินไปเกท 11 กัน

 

 

เย้ ๆๆๆ เกท 11 วันที่ 2 แล้ว >___<,, (ทำไมกุไม่เอาเลขนี้ไปซื้อหวยวะ กรั่ก ๆๆๆ อาจจะถูก ลุงให้ลาภ)

 

เข้าไป on time พร้อมกุ๋ยและนิ แต่เนื่องจากกะเหรี่ยง 3 คน มี 2 คนที่มีกล้องอยู่กับตัว ทำให้ต้องฝากเอาไว้ อีนิเดินผ่านเข้าไปสบายฉิวเพราะไม่มีกล้อง ส่วนเรากับกุ๋ยถูกพาไปฝากกล้อง แต่แยกกัน เราโดนพาเดินไปสองสามก้าว (มีโต๊ะฝากกล้องอยู่ข้างหน้า) ก็พูดภาษาอังกฤษใส่เค้า เค้าก็ทำหน้าเอือม ๆ (อารมณ์ว่าไม่อยากยุ่งด้วย ฮา...) เลยเสร็จอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องตอบคำถามอะไรมาก ฝากของไว้ รับเลขมา แล้วก็เดินเข้าไปในโดมเจออีนิรออยู่ จบ...

 

ก็ไปยืนรออีกุ๋ยต่อตรงหน้าประตูด้านในนั่นแหละ แต่ทว่า.............

 

รอแล้ว................ รอเล่า................... อีกุ๋ยก็ยังไม่มา.....

 

รอ ๆๆๆๆ รอยังไงก็ไม่มา -*-

 

รออยู่นานมากจนชักกังวลว่าเพื่อนกุเป็นอะไรรึเปล่า ที่นี่เมืองนอกเมืองนาด้วย ไม่ใช่เมืองไทย เดี๋ยวมันเป็นอะไรไปจะทำไง (ประเด็นคืออิกุ๋ยพูดญี่ปุ่นไม่ได้ อังกฤษก็ไม่ค่อยได้อีกต่างหาก) เริ่มเป็นห่วง เลยถามสตาฟแถวนั้นว่า ขอออกไปดูเพื่อนได้ไหม (ตามกฏคือเข้าแล้วออกไปอีกครั้งไม่ได้) ก็พยายามอธิบาย (เป็นภาษาอังกฤษ) ว่านานแล้วเพื่อนยังไม่เข้ามา เพื่อนมีกล้อง ถูกกักไว้ข้างนอก ขอออกไปดูเพื่อนได้ไหม.... แน่นอนว่า ญี่ปุ่น.......... งง

 

-_- โอ่ยยย อยากจะกรี๊ด

 

ทีนี้ดูเป็นเรื่องใหญ่ตื่นตูมกันเลย มันพาสตาฟมาหาเราประมาณ 4-5 คนได้ เพื่อช่วยกันฟังว่าเราพูดอะไร แต่ไม่มีใครฟังภาษาอังกฤษออกซักคน -*- (เฮ้ย คอนเสิร์ตนี้มึงทำเพื่อ overseas จริงปะเนี่ย!) คือเราคุยอยู่กับสตาฟนานมากกกกกกกกกกกกกกก บอกว่าขอออกไปดูเพื่อน แต่เค้าก็ไม่เข้าใจ บวกกับคงไม่อยากให้เราออกไปด้วย (มันผิดกฏ) เค้าเลยเดินวน ๆ ออกไปดูให้ว่ายังมีกะเหรี่ยงติดอยู่ข้างนอกรึเปล่า ผลปรากฏว่าไม่มี เราก็มึน ๆ พยายามโทรหากุ๋ย กุ๋ยก็ไม่รับ เอาล่ะจุ้ย เพื่อนกุเปนไรปะเนี้ยยยยยยยยยยย

 

สุดท้าย.... อีกุ๋ยเดินเข้ามา -_- แทบจะกรี๊ดด้วยความดีใจ (สตาฟก็แทบจะลงไปนอนด้วยความโล่งใจที่ไม่ต้องคุยกับกะเหรี่ยงแล้ว) ความว่ากล้องมันตัวใหญ่เลยถูกพาไปฝากในล็อกเกอร์ ซึ่งล็อกเกอร์แถวนี้เต็มหมด เลยต้องเอาไปฝากไว้ในล็อกเกอร์ตรงลาควา แถวทางขึ้นชิงช้าสวรรค์ โอ่... ไปไกลพอสมควร มิน่าล่ะเลยช้า ตกอกตกใจหมด -_-

 

จบเรื่องอกสั่นขวัญแขวน ก็เดินลงอารีน่าไปที่นั่งกัน ทำสเต็ปเดิมคือชูตั๋วให้สตาฟดูแล้วพาไปที่นั่ง อย่างที่บอกว่าเราได้บล็อค B1 ซึ่งแม้จะฟังดูอยู่โซนหน้า ๆ แต่ก็ริมมมมมมมมมมม ชิบหาย ก่อนเข้าก็เตรียมใจไว้แล้วว่าคงต้องนั่งได้เสียกันกับรั้วตลอดคอนแน่นอน แต่................................. ที่ไหนได้

 

เราเป็นประมาณว่า B1 ริมสุด... สุดฝั่งที่เข้ามาตรงกลางน่ะ!!!

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

LUNA SEA รักหนูจริง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หนูเชื่อแล้ววววววววววววววว

 

กลายเป็นว่าที่นั่งดีอีกแล้วครับท่าน! มันก็ไม่ถึงกับกลางนะ แต่ก็ไม่ใช่ริม ไม่ริมเลยยยย แถมที่เราอยู่ตรงหน้าปลายทางเดินของเวทีพอดี ห่างจากปลายทางเดินมาประมาณ 3-4 แถว!!! บ้าไปแร้วววววววววววววววววววววววววว แอร๊ยยยยย

 

อีนิถึงกะพึมพำว่า "ที่ดีว่ะ" เออ กุก็ช็อคเหมือนกัน นี่อะไรเนี่ย กุใช้บุญหมดตรงนี้แล้วใช่รึเปล่า ขากลับเครื่องจะตกอยู่แถว ๆ อ่าวโตเกียวมั้ย แลดูว่าใช้บุญไปหมดชีวิตแล้ว

 

แต่ความจริงคือลูน่าซีไม่ได้รักเห็ดคนเดียวหรอก เพราะลูน่าซีรักเอเลี่ยนสเลฟทุกคน >__< บริเวณเราส่วนใหญ่เป็นเอเลี่ยนทั้งนั้น ข้าง ๆ เราเป็นฝรั่ง เยื้อง ๆ กันเป็นฮ่องกงไต้หวัน บลา ๆๆ เหมือนทางวงกั๊กที่นั่งดี ๆ ไว้ให้เอเลี่ยนโดยเฉพาะน่ะ โอ๊ยยยยยยยยยยยย รักลุงจริง ๆ ให้ดิ้นตายยยยยย

 

แต่ข้อเสียของงานนี้คือ เพราะเปิดให้เอเลี่ยนกดฟรี เลยมีคนกดมั่ว ๆ แล้วไม่ไปเยอะมาก ที่โล่ง ๆ หลายที่เลย ตอนที่เราไปเอาบัตรหน้าโดมนั่นที่ว่าไปสายแล้ว ก็ยังมีรายชื่ออีกหลายคนที่ไม่มาเอาบัตร เฮ้อ.... เสียดายจัง

 

ตื่นเต้นกับที่นั่งพอประมาณแล้วก็ได้เวลาหลับรอ.... ในโดมเปิดเพลงอารมณ์ว่าบทสวด -_- (ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแผ่นใคร) น่านอนมากมาย อีนิถึงกะหลับ อีกุ๋ยก็สัปหงก ๆ กุเองก็เหมือนกัน ง่วงมากกกกกกกกกกกกกก เจอหงิร่ายมนต์เข้าไป คอพับคออ่อนเป็นแถ๊ววว -_-

 

ระหว่างรอก็ได้เห็นเหตุการณ์น่าประทับใจอีก ก็คือสาวยุ่นที่นั่งตรงหน้าเรา เขาเอาน้ำเข้ามาด้วย แต่กฏของโดมคือถ้าเอาขวดน้ำเข้ามา จะต้องถ่ายน้ำออกไว้ในแก้วที่จัดไว้ให้ก่อน จึงจะถือเข้ามาได้ แม่สาวคนนี้ก็ทำตามกฏ คือถือแก้วเข้ามา แล้วก็นั่งรอคอนเสิร์ตโดยเอาแก้วน้ำวางไว้ใต้เก้าอี้ โดยไม่รู้ตัวว่า............ แก้วหก -_- ป่อย ๆๆ

 

น้ำก็เลยไหลออกมาเปียกกระเป๋าสาวยุ่นอีกคนที่นั่งข้าง ๆ (ซะงั้น) สตาฟเห็นดังนั้นก็วิ่งมาเตือน มาหยิบแก้วตั้งให้ แล้วก็มาเช็ดน้ำบนพื้นให้.......... ขอบอกว่าสตาฟคนนั้นเป็นผู้ชายใส่สูทนะ (คนญี่ปุ่นนี่ชอบใส่สูทกันจริง ๆ เราเห็นอาชีพอะไรก็ใส่สูทกันทั้งนั้น ตั้งแต่พนักงานบริษัทยันนายท่ารถเมล์ เหอ ๆๆ) เขาเช็ดน้ำแบบประณีตมากกกกกกก คือถ้าเป็นคนไทยคงเอาไม้ม็อบมาถู ๆ พอให้ไม่แฉะก็จบ แต่สตาฟคนนี้ไม่ทำแบบนั้น เขาหยิบถังมา แล้วก็หยิบทิชชู่มาค่อย ๆ ซับ ๆๆๆๆ ซับอยู่นานมากกกกกก ซับจนแห้งสนิท สนิทแบบสนิทจริง ๆ (หมดทิชชู่ไปเป็นลัง) เราเห็นว่ามันแห้งแล้วเค้าก็ยังซับอยู่จนแน่ใจว่าแห้งสนิทแล้วค่อยออกไป สาวยุ่นคนนั้นก็โค้งขอโทษใหญ่ แล้วก็หันไปขอโทษคนข้าง ๆ (ที่ทำกระเป๋าเค้าเปียก) เหตุการณ์นี้ประทับใจมั่ก ๆ (ในความจริงจังของคนยุ่น) กะเหรี่ยงชีวิตเหลวแหลก (และคงทำแค่ซับน้ำผ่าน ๆ) สามคนถึงกะอึ้งไป

 

สึโก่ย ๆ ^___^b

 

 

รออยู่นาน กว่าไฟในโดมจะดับได้ -_- เห้อออ

แน่นอนว่าพอไฟดับ เสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มมม ฮึ่ม ๆๆ (จนอีนิตื่น 55555) แล้วก็มีคนมาร้องเพลงบทสวดงึมงำ ๆ บนเวที -_- เอิ่บ.. ยังไม่เลิกอีกนะ จะกล่อมกุให้ได้เลยชิมิ!

 

ร้องไปซักพัก คนบนเวทีก็ค่อย ๆ เดินออกไปทีละคน ๆๆๆๆ จนเหลือแค่...... 5 คน

 

ลุงของหนูวววววววววววววววววววว์!!! >____<

 

ถอดเปิดฮู้ดออกนี่กรี๊ดแบบลืมตายไปแล้ว หลังจากนั้นความทรงจำก็เลือนลางอีกครั้ง 5555 (เป็นห่าไรเนี่ย ชอบดูคอนเสิร์ตแล้วจำไม่ได้ 555) รู้แต่ว่าทุกคนพยายามจะแต่งตัวแบบสมัยยังวิช่วลอยู่ แน่นอนว่าใน 5 คน มีคนเป็นวิช่วลอย่างเอาจริงเอาจังอยู่ 3 (ป๋าชิน ลิงอี้ หงิ... หงินี่เหมือนยังไม่เคยเลิกวิช่วลนะ 5555) ส่วนไอ้ 2 สหาย JI..... พวกเมิงคงจะรับไม่ได้กับอดูดอันดีดดื่มของตัวเองล่ะสินะ ถึงได้ทำแค่นั้น -_-

ของอิโนะนี่แค่เหมือนทาตา แล้วก็เอาเนคไท้มาผูกหัว ส่วนของปี้เจไม่มีห่าอะไรบ่งบอกว่าเป็นวิช่วลเลยนอกจากกรีดตามานะฮ้าาาา (คาดว่าโดนจับกรีดก่อนขึ้นเวทีไม่นานเพราะใครซักคนคงทนความผิดคอนเซปต์ของเพื่อนไม่ได้) แต่ก็โอเคอะ สำหรับโอโนะเสะ เพราะถ้ากลับไปแต่งหน้าทาปากมาให้กุดูกุคงขอตัวออกจากโดมเดี๋ยวนั้น -_- แบบว่ากลัวววว

 

และแน่นอนว่าโซน B1 มันก็ยังคงเป็นโซนโคตรอิโนรัน เหมือนเดิมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม กรี๊ดดดดดดดดดดดดด

บ้าไปแร้วววววววววววววว ขอบอกว่าอิโนะจังเดินมาตรงทางเดินบ่อยมากกกกกกก เห็นกันในระยะประชิดแทบจะกระโจนไปลากขาลงมา หล่อมากกกกกกกกกกกกกกกกก (รู้สึกเหมือนเห็นโนะชัดกว่าวันที่ 24 อีกอะ!) อีนิถึงกะพึมพำว่า "เออ หล่อว่ะ" นั่น!!!! ปกติมันไม่เคยชมนะ 5555

 

อิโนะจังมาบ่อยมากกกกกกกกกกกก ส่วนปี้เจ......... เมิงไม่มาเลย -_- ด๋อยเอ๊ยยยยยยยย เดินมาจ่อ ๆ ทำท่าเหมือนจะวิ่งมาหลายทีแต่ก็ไม่มา (หรือมาครั้งสองครั้งนี่แหละ ไม่แน่ใจ) เคือง ๆๆๆๆ

คนที่มาบ่อยอีกคนคือหงิ มากรีดกรายฟาดแส้อยู่ โอเคอะ กุกลัว ไปเอาอิโนะจังกลับมาเถอะ ขอร้องงง

 

ขึ้นมาเพลงแรกด้วย FATE ขอบอกว่านี่คือเพลงที่รออยู่เกือบตลอดเมื่อวันที่ 24 (แล้วลุงก็ไม่เล่น!)

พอมาวันนี้ ลืมไปแล้วว่ารอเพลงนี้ไว้ ปรากดขึ้นมาเพลงแรก แทบจะร้องไห้ กระโดดตัวลอยแม่งตั้งแต่เพลงแรกเลย ประกาศศักดาว่ากุรออยู่จริง ๆ (กร๊ากก) ฝรั่งข้าง ๆ มีมาทำหน้างง ไรวะ กุแปลกตรงไหน 5555

 

หลังจากนั้นก็บลา ๆๆ จำไม่ได้ 55555555 จำได้ว่าเล่นเพลงเก่าเยอะเหมือนกัน บางเพลงกุก็ไม่รู้จัก 55555 (อีสเลฟเก๊) คือเพลงไหนเก่ามาก ๆ บางทีก็ลืมไปแล้วไง ไม่ค่อยได้ฟัง ช่วงนี้ติดเด็กด้วยอะนะ ลุงต้องเข้าใจ

 

ตอนดรัมโซโล่สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกก ป๋าชินน่ารักสุด ๆ แต่ตอนปี้เจออกมาเบสนี่ฮากว่า ไม่ไหวแล้ววว แกมาเรียกร้องความสนใจจากหลาน ๆ รอบโดมให้กรี๊ดให้แก แล้วพอฝั่งขวากรี๊ดดังกว่า แกก็ชูนิ้วกลางใส่ฝั่งซ้าย พอฝั่งซ้ายกรี๊ดดังกว่า แกก็ชูนิ้วกลางใส่ฝั่งขวา ขอบใจนะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ รักมึงจิง ๆ อะเจ กุกรี๊ดคอแตกเลย แม้จะอยากได้นิ้วกลางของปี้เจก็ตาม 555555555 (อยากได้มากกว่าที่ชูพีซเมื่อวันที่ 24 อีก กร๊ากกก)

 

เต้นกันหัวโยก อีกุ๋ยก็ดิ้นกระจาย ดิ้นจนอีนิสะกิดว่ามันผิดจังหวะ 55555555 ต้องเข้าใจ มันไม่ใช่สเลฟ แต่มันเอนจอย 5555

 

ตอนใกล้ ๆ จบ อิโนะจังเดินมา เดินมาใกล้มาก ๆ ทำท่าเหมือนจะกระโดด ทุกคนก็เริ่มวิ่งไปออกกันตรงรั้ว แต่กุไม่ไป คือกุคิดว่ามันไม่กระโดดหรอก สังขารแบบนั้น... แต่ คิดผิด!!! มันกระโดดเว้ยเฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย กระโดดลงมาตรงหน้ากุเลย บ้าไปแร๊ววววววววววว คนแตกตื่นกันใหญ่ อิโนะจังแม่งเทนชั่นอัพมาจากไหน วิ่งจับมือกับสเลฟไปรอบเลย แต่ตรงกูไม่ได้จับ เพราะมีตากล้องยืนบังอยู่ กี๊ดดดดดดดดดดดดดด *ทืบตากล้อง* แต่ไม่เปนไร เพราะอิโนะจังมองมาทางแถว ๆ เรา (ที่มีตากล้องบัง) แล้วทำท่าแบบจะเข้าแต่เข้าไม่ได้ เลยส่งสายตาขอบคุณนะมาแทน (คิดไปเองทั้งนั้น 555) กรี๊ดดดดดดดดดดดดด น่ารัก แค่นี้ก็พอแล้วววววววว >_____<,,

 

ตอนจบคอน (อ้าวจบแล้วเหรอ 5555555555555555) ป๋าชินก็มาโยนไม้กลองตรงกูอีกและ ฮึ่ม ๆๆ จำได้มั้ยว่ารอบที่แล้ว (วันที่ 24) เราพลาดไม้กลองไปแบบเฉี่ยวหัว คราวนี้จะไม่ยอมและ ป๋าชินแม่งก็มาล่อกุอีกและ โยนมาแถว ๆ นี้ใหญ่เลย และแล้วก็.............. พุ่งมาตรงพวกเห็ดเลยค๊าาาาาาาา เฮ้ยคือพุ่งมาตรงอีกุ๋ยแบบแด่ว ๆๆๆ มาก แต่คนหน้าเสือกรับทัน -_- (เค้าไม่โง่แบบกุไง) อีกุ๋ยเลยอด นี่คือถ้าคนหน้ามันโง่แบบกุเมื่อวานนะ อิกุ๋ยได้ไปแล้ว (และกุก็จะได้ด้วย กร๊ากก) เซงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

 

แต่ก็รักนะป๋า ขอบคุณมั่ก ๆๆ เฉี่ยวมา 2 วันเลย ซึ้ง ๆๆ ^____^

 

 

ออกจากโดมแบบเบลอ ๆ มีฟามสุกกกก เป็นอีกหนึ่งวันที่จะต้องบันทึกไว้ในชีวิตตต >___<,,

 

 

พอออกมาแล้ว ตอนแรกว่าจะไปซื้อของต่อ แต่ปรากฏว่าแถวซื้อของยาวม๊ากกกกกกกกกกก เลยตัดใจไม่ซื้อก็ได้ เพราะกุ๋ยอยากไปลอฟต์ที่ชิบุย่าด้วย กลัวมันปิดก่อน เลยออกจากโดมไปชิบุย่ากัน

 

กลับมาเจอผู้ชายบนยอดตึก (ภาคกลางคืน) อีกครั้ง...

 

 

แอร๊ยยยยยยยย น้องยามาดะนีออนนนน

 

มาถึงก็ถามทางคนแถวนั้นไปลอฟต์ก่อนเลย โชคดีเจอคนใจดี เค้าเหมือนจะอธิบายอยู่แป๊บนึงแต่ไม่รู้จะอธิบายยังไงเลยจะพาเดินไปแทน แต่เดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าวเค้าก็หันกลับมาบอกว่า มันปิดแล้ว -_- ป่อย ๆๆๆ ไปไม่ทันนะคะ มิชชั่นนี้เป็นอันตกไป แต่ไม่เป็นไร เพราะเรายังมี hidden agenda เพิ่มเติม นั่นคือ..................

 

 

ชะนีหลอดไฟของอีนิ...... ดวกมั่ก ๆๆ

ขอบอกว่าตอนนั้นอากาศหนาวมากกกกกกกกกกก หนาวแบบสามารถแข็งตายได้แล้ว ไม่อยากจะเอามือออกจากกระเป๋าเสื้อเลยแม้แต่วินาทีเดียว แต่อีนิก็ยอมค่ะ.... ยอมเอามือออกมาผจญลมหนาวเพื่อทำรูปหัวใจให้น้องมัน ถุยชีวิต ทุ่มเทจริง ๆ อีเสี่ยอู๊ด 5555555

 

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ และ เอามั่ง 555555555

 

 

กรั่ก ๆๆๆ เกิวเจน(จัด)คนที่ 10 และ 11

 

แน่นอนว่ามีหรือแฟนเกิวมืออาชีพอย่างเราจะยอมน้อยหน้าอีนิ!!!

เพราะเราก็มีเป้าหมายเหมือนกัลลลล

 

ไปกันที่ซึทาย่าชิบุย่าด่วน~~~

เพื่อจะสอยนี่.........

 

 

bulletine ฟลัมพูลที่แจกฟรีในซึทาย่า แอร๊ ๆๆๆๆ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กำลังจะออกอัลบั้มใหม่พอดี เลยมีริวตะเต็มร้านไปหมด สุขีสุโขโป๊งโป๊งชึ่งมากกกกกกกกกกกก

 

 

นอกจากเป็นช่วงอัลบั้มใหม่แล้วก็ยังเป็นช่วงครบรอบอะไรซักอย่างของซึทาย่า เลยมีดาราหลายคนมาเซ็นต์อวยพรให้ แน่นอนว่ามีฟลัมพูลด้วยยยยย~

 

และอีนิก็ยังไม่ยอมน้อยหน้า เพราะมันดั้นด้นไปหาซุ้มนี่จนเจอ...

 

 

น้องมันก็กำลังโปรโมทซิงเกิล hoot อยู่เหมือนกันนั่นเอง ชิชิ

 

ปิดท้ายการป่วนซึทาย่าด้วย...

 

 

พี่อาเท่ออออออออออออออออ >___<,, อยากจะสอยกลับบ้าน ติดตรงที่ฟังพาสายุ่นไม่ออกและกุจะสอยทำไม 5555 (ดียังมีสติ)

 

สรุปออกมาจากซึทาย่ากันแบบมีค่าเสียหายคนละนิดละหน่อย อิกุ๋ยซื้อแผ่นลุงไป (ลุงไห ไม่ใช่ลุงอิโนะ) กุซื้อแผ่นชิโดะ (อิก้วยฝากซื้อ ไม่ได้พิสวาสเองแต่อย่างใด) ส่วนอีนิ ท่องยุบหนอพองหนอ ผ่านเชลฟ์น้องมันมาได้อย่างสบายดี...

 

ออกจากซึทาย่าแล้วก็เดินไปสตาร์บักส์ที่อยู่ในตึกเดียวกันต่อเพื่อหาอะไรอุ่น ๆ ดื่มหน่อย T___T มันหนาวมากเลยตะเอง มือจะแข็งแว้ววว

 

 

คนไม่กินกาแฟอย่างเห็ด ก็สั่งโกโก้ร้อนมาดื่มแก้หนาวนะฮ้าร์ฟฟฟฟฟฟ

ในสตาบั่กฝรั่งเยอะมว๊าก ๆๆๆ ราวกะหลุดไปอยู่ยุโรปแว่บหนึ่ง คนก็เยอะมากจนต้องขึ้นไปชั้นสอง แต่ก็ดีเพราะจะได้ถ่ายรูปแยกปั่นป่วนอีก แต่มันไม่ป่วนเท่าไหร่อะ คงเพราะดึกแล้ว เลยไปนั่งจิบโกโก้กับพี่ ๆ เกษตรแทน (-_- ไม่ได้อยากเล้ยย)

 

อยู่สตาบั่กจนเบื่อก็ออกไปเดินดูแสงสีชิบุย่ายามค่ำคืนซะหน่อย เจอนักร้องข้างถนน ชอบ ๆ น่ารักดี อีนิเคลิ้ม

 

 

ถ่ายกับฝาท่อชิบุย่าด้วย เดี๋ยวจะหาว่าไปไม่ถึง อิอิอิ

 

 

ตอนแรกไม่เข้าใจว่าทำไมคนยุ่นเดินถือแถ้วสตาบั่กกันทั่วบ้านทั่วเมือง ฮิตมากเลยเหรอ... ตอนนี้เข้าใจแระ -_- ถือเพราะมันอุ่นนี่เอง ติ๊ต่างให้มันเป็นที่อุ่นมือน่ะ -_- ตอนอยู่ไทยไม่เคยเข้าใจเลยนะว่าทำไมต้องกินกาแฟร้อน ร้อนจะตาย แต่ ณ จุดนั้นเข้าใจแล้วว่าเวลากินอะไรร้อน ๆ กลางอากาศหนาวววจัดเนี่ย โอ่วววว สวรรค์ชัด ๆ T___T ไอเลิฟสตาบั่กกันเลยทีเดียวว

 

แต่ที่ยุ่นก็มีสตาบั่กปลอมนะ 55555 เจอที่ชิบุย่ารูปล่างขวานั่นไง มองผ่าน ๆ นึกว่าสตาบั่ก แต่จริง ๆ บ่ไจ๊เน่ออ จำชื่อยี่ห้อมันไม่ได้แระ ฮาดี ใครว่าคนไทยก็อปเป็นอย่างเดียว xDD

 

 

เดินกันจนเมื่อยก็เริ่มหิวววว ระหว่างทางไปเจอร้านข้าวแกงกะหรี่น่ากินเลยแวะซะหน่อย แอบลุ้นว่าจะยังเปิดให้กินอยู่รึเปล่า ก็เปิดจริง ๆ ด้วย ^___^ เย้ ๆ ไม่อดตาย

 

เข้าไปสั่งเป็นข้าวทงคัตสึที่ดูน่ากินม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

น่ากินขนาดไหนดูเอาเอง >__<,,

 

 

เป็นแบบ เอาหมูไปชุบไข่แล้วทอดออกมาเป็นแพ ๆ เหมือนไข่เจียวชิ้นใหญ่ ๆ แอร๊ยยยยยยยยยยย แทบกรี๊ด

ผลลัพท์คงไม่ต้องบอก ฮี่ ๆๆๆ แทบจะเลียจาน

 

ตอนกินข้าวอีนิเดินไปกดน้ำให้ เค้ามีชาเขียวร้อนกับเย็นไว้บริการอีนิถามจะเอาแบบไหน กุตอบโดยไม่ต้องคิดว่า "ร้อน!" เหอ ๆๆๆ เกิดมาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะกินชาเขียวร้อนมาก่อน แต่ ณ จุดนั้น อะไรร้อนกุเอาหมด หนาวชิบหายยยยยยยยยยยย

 

 

ท้องอิ่มแล้วก็กลับที่พักกันโดยสวัสดิภาพ นอนหลับฝันดีอีกหนึ่งคืน เตรียมตัวตะลุยโยโกฮาม่าต่อในวันถัดไป ^____^

 

 

 

 

To be continue in day 3~~~~!!

 



HedFuc pSychO*
View full profile